เปรียบเทียบ ความแตกต่างระหว่างสังคมเมือง และ ชนบท

สังคมเมืองต้องบอกว่าในปัจจุบันมีการเติบโตอย่างมาก ผู้คนต้องหนาแน่นแต่หากพูดถึงความจำเป็นแล้วพวกเขาต้องอพยพเข้ามาเพื่อหางานทำ สังคมเมืองนั้นเต็มเป็นด้วยตึกสูงมากมาย ความสะดวกสบายต่างๆทั้งการขนส่ง การเดินทาง เทคโนโลยีต่างๆที่สะดวกสบายมาก แต่ก็ใช่ว่าในเขตชนบทนั้นจะไม่มีอะไรเลย ซึ่งมีข้อดี-ข้อเสียของสังคมทั้ง 2 แตกต่างกันดังนี้เช่น

สังคมเมือง เป็นศูนย์กลางของธุรกิจต่างๆ มีผู้คนเข้ามาในเมืองเพื่อทำธุรกิจส่วนตัว หางานทำ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วในเมืองนั้นมีงานหลากหลายมาก ทั้งราชการและเอกชน มีที่อยู่อาศัยที่หาง่ายสามารถใกล้ที่ทำงานก็ได้ รวมไปถึงการเดินทางของระบบขนส่งที่สะดวกมีทางเลือกหลากหลาย เช่น รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน รถประจำทาง ที่ง่ายต่อการเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้สะดวกกว่า ใช้เวลาน้อย , ข้อเสียของสังคมเมือง คือ ปัญหาการจราจรอย่างหนัก ปัญหามลพิษภายในเมืองซึ่งมีทั้ง ควันไอเสียจากรถ ฝุ่นจากการก่อสร้างต่างๆ ประชาชนมีเวลาส่วนตัวน้อยเนื่องจากการเดินทาง การทำงานที่เร่งด่วนในแต่ละวัน, ข้าวของแพงในบางพื้นที่

สังคมชนบท เป็นส่วนที่อยู่ตามจังหวัดต่างๆของประเทศซึ่งแต่ละภูมิภาคนั้นมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป เช่นเต็มไปด้วยภูเขา ป่าไม้ ลำธาร ล้วนแล้วเป็นธรรมชาติที่งดงาม อากาศสดชื่น ทำให้ผู้อาศัยนั้นมีสุขภาพกายและใจที่ดี รวมถึงมีอาหารการกินที่หาง่าย เช่น พืชผักสวนครัวที่ปลูกกินเองได้ , ข้อเสีย สถานที่ทำงานส่วนในตามชนบท จะเป็นงานราชการ ซึ่งงานเอกชนนั้นจะมีน้อยมาก  รวมถึงการเดินทาง ระบบขนส่งที่น้อย ผู้คนต้องใช้รถส่วนตัวเท่านั้น