คาดประชากรจะหนาล้นเมืองใหญ่มากขึ้น

สภาวะสังคมในปัจจุบันทั้งเทคโนโลยีต่างๆที่ก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการขยายตัวของเมืองใหญ่ต่างๆทั่วโลกทำให้มีผู้คนเดินทางเข้าไปในเมืองมากขึ้น คาดว่าในอนาคตประชากรจะหนาแน่นตามเมืองใหญ่มากกว่าบริเวณอื่นของประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศที่กำลังพัฒนาเช่น ประเทศไทยในปัจจุบันนับว่าเติบโตอย่างมากโดยเฉพาะในกรุงเทพที่มีการขยายตัวของอาคารบ้านเรือนมากขึ้นโดยเฉพาะ คอนโด ที่เกิดขึ้นมากโดยเฉพาะในชานเมืองที่มีการปลูกคอนโดขึ้นมามากมายเพื่อสอดคล้องกับประชากรที่เพิ่มขึ้นในเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ หากจะกล่าวถึงในอดีตนั้นประชากรในกรุงเทพจัดว่าน้อยกว่าในปัจจุบันอย่างมากโดยในปัจจุบันประชากรในกรุงเทพมีความหนาแน่จัดว่าติดอันดับโลกเลยก็ว่าได้ แม้ว่าอาจน้อยกว่าเมืองใหญ่ติดอันดับโลกอย่าง นิวยอร์ค หรือ โตเกียว ทว่าสำหรับภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว ประชากรในกรุงเทพจัดว่ามากที่สุดในพื้นที่เลยก็ว่าได้ นั้นอาจเพราะว่ามีเทคโนโลยี, การคมนาคมการขนส่งที่ทันสมัยและรวดเร็ว เดินทางสะดวกทำให้มีประชากรเดินทางเข้ามามากขึ้น นอกจากนั้นแล้วยังรวมไปถึงกรุงเทพจัดว่าเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจของประเทศไทยมีงานที่หลากหลายกว่าในต่างจังหวัดที่ส่วนใหญ่เป็นงานราชการและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งในกรุงเทพนั้นมีทั้งงานราชการและงานเอกชน โรงงานอุตสาหกรรม ให้เลือกหลากหลายกว่ามากทำให้ผู้คนจากต่างจังหวัดเดินทางเข้าเมืองกรุงมากขึ้น ในปัจจุบันมีประชากรหนาแน่นราวๆ 10 ล้านคน แน่นอนว่ากรุงเทพเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจที่หลากหลายและมีการขยายตัวของเมืองอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้แล้วยังมีการขยายตัวไปตามชานเมืองและปริมณฑลซึ่งจะทำให้มีประชากรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต

กรุงเทพ ถูกจัดให้เป็นเมืองที่รถติดที่สุดในโลก

ปัญหาของสังคมเมืองทั่วโลกอันดับต้นๆคือ ปัญหาการจราจรซึ่งเป็นปัญหาหลักที่ยังแก้ไขไม่ได้ ปัญหาดังกล่างกลายเป็นปัญหาระดับชาติภายในระยะเวลา 2-3 ปีนั้นมีการจัดอันดับเมืองที่รถติดที่สุดในโลก ซึ่งผลวิจัยเผยว่า กรุงเทพมหานคร คือเมืองที่รถติดที่สุดในโลกและผลชี้ว่าปัญหานี้แทบไม่มีทางที่จะกำจัดปัญหานี้ได้เลย จากข้อมูลจากจราจรของ INRIX ได้มีการประเมินสภาพการจราจรทั่วโลกระหว่างปี 2015 -2016 บ่งชี้ว่ากรุงเทพมหานคร ของประเทศไทยมีปัญหารถติดมากที่สุดในโลก ผลชี้ว่าคนไทยใช้เวลาเดินทางไปกลับราว 6 ชั่วโมง/วัน โดยเฉพาะในเขตเมืองช่วงเวลาเร่งด่วนบางคนใช้เวลาถึง 4 ชั่วโมงภายในรถ ซึ่งเมื่อเฉลี่ยแล้ว คนไทยในเมืองใช้เวลาเดินทางราว 61 ชั่วโมง/ปี รองลงมาคือ ประเทศโคลอมเบียและอินโดนีเซีย ประมาณ 47 ชั่วโมง/ปี

ปัญหารถติดดังกล่าวนั้นมาจาก ระบบการขนส่งที่ดูเหมือนไม่ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ พวกเขาจึงหันมาใช้รถยนต์ส่วนตัวมากขึ้น รวมไปถึงประเทศไทยมีนโยบายปลอดภาษีสำหรับรถคันแรกด้วย นั้นทำให้มีคนเริ่มมีการซื้อรถยนต์ส่วนตัวมากขึ้น และเพิ่มปริมาณรถยนต์มากขึ้นด้วย โดยเฉพาะในเขตศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพนั้นมีระยะเวลารถติดโดยถนนสายหนึ่งผู้คนใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงเลยทีเดียว หากพูดกันง่ายๆคือ เหมือนนั่งอยู่บนถนนโดยที่ไม่เดินทางไปไหน ซึ่งเดินเท้านั้นยังเร็วกว่ามาก

ปัญหาของระบบขนส่งนั้นส่วนใหญ่แล้ว แม้ว่าจะนำความสะดวกสบายมาให้ผู้คนเช่น ระบบรถไฟฟ้าที่รวดเร็วต่อการเดินทาง แม้ว่ามีความรวดเร็วแต่รถไฟฟ้าก็ไม่เพียงพอต่อการรองรับของผู้คน จะเห็นว่าทุกวันรถไฟฟ้ามีคนหนาแน่นมากในทุกวัน  นี่อาจเป็นส่วนหนึ่งที่คนหันมาใช้รถส่วนตัวมากขึ้นด้วย

 

สังคมเมือง การขยายตัวไม่สิ้นสุด

   ในปัจจุบันเมืองต่างๆทั่วโลกมีการขยายตัวอย่างมาก เนื่องจากเป็นที่ผู้คนทำงาน อาศัย และจำนวนผู้อยู่อาศัยที่มีมากขึ้น ทำให้เมืองขยายไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด การเติบโตของคอนโดที่มีมากขึ้น การขยายทางรถไฟฟ้าที่สะดวกสบายกว่าสมัยก่อน  คำว่า “เมือง” เป็นคำนิยามที่ใช้กำหนด อาณาบริเวณใดอาณา บริเวณหนึ่งเป็นเขตเมืองของแต่ละประเทศที่มีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก โดยบางประเทศใช้ขนาดจำนวนประชากรใน อาณาบริเวณใดอาณาบริเวณหนึ่งเป็นตัวชี้วัด บางประเทศก็ใช้ขนาดประชากรตั้งแต่ 200 คนขึ้นไป และก็มีบางประเทศใช้ความหนาแน่น

สังคมเมือง คือ บริเวณที่มีประชากรอาศัยเป็นจำนวนมากซึ่งเมืองเป็นศูนย์กลางความเจริญต่างๆ ทั้งด้านการศึกษา การคมนาคม การเติบโตของที่อยู่อาศัยเช่นคอนโด รวมถึงศูนย์กลางของธุรกิจต่างๆที่ต้องการพนักงานจำนวนมาก ดังนั้นแล้ว เมืองใหญ่ๆมักจะมีประชากรที่มากขึ้นในแต่ละปีซึ่งหมายความว่า ย่อมมีสิ่งปลูกสร้างที่อยู่อาศัยขยายกว้างมากขึ้นด้วย ยกตัวอย่างเช่น กรุงเทพ มีประชากรมากที่สุดในไทยเนื่องจากเป็นศูนย์กลางของการค้า การทำธุรกิจ การทำงานของประชากรที่ต้องการมีรายได้ กรุงเทพในอดีตและปัจจุบันนั้นมีความเปลี่ยนแปลงอย่างมากจากสมัยก่อนบางสถานที่เป็นเพียงทุ่งนากว้างใหญ่ ในปัจจุบันกลายเป็นตึกที่อยู่อาศัย หรือ คอนโด รวมถึงถนนหนทางที่มีการขยายตัวกว้างมากขึ้น

แม้ว่าปัจจุบัน เมืองหลวงหรือเมืองใหญ่ในประเทศต่างๆจะเป็นศูนย์กลางการทำงานของประชากรซึ่งย่อมมีค่าครองชีพที่สูงมากด้วยเช่นกัน บางที่มีค่าครองชีพสูงกว่ารายได้ต่อเดือนซะอีกซึ่งในอนาคตการขยายเมืองที่ไม่สิ้นสุดอาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติที่เหลือน้อยลงในอนาคต